วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ทำไมคนไทยชอบทานเผ็ด

หลายทฤษฎีที่ใช้อธิบายเหตุผลว่า ทำไมคนเขตร้อนจึงกินพริก บางทีเป็นเพราะพริกช่วยขับเหงื่อ ทำให้ความร้อนในกายถูกระบายออกมามากขึ้น บ้างก็ว่าพริกมีสารเคมีที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ช่วยกันบูด อาหารของคนเขตร้อนบูดเน่าง่าย พริกจึงได้รับความนิยมใช้เป็นสารกันบูดจากธรรมชาติ ข้อนี้น่าฟังดี เพราะคนใต้เวลาทำขนมหวานที่มีกะทิ เช่น ลอดช่อง ข้าวเหนียวทุเรียน ชาวบ้านจะเอาพริกขี้หนูสีแดงแปร๊ดใส่ลอยลงไปเหมือนคนที่ภาคกลางลอยมะลิ ผมถามว่าทำเพื่ออะไร ชาวบ้านตอบว่าทำให้กะทิอยู่ได้นาน ไม่บูด ยังเคยเอามาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่า ลอดช่องน้ำกะทิของคนใต้ใส่พริกเป็นเม็ด เพื่อนหัวเราะนึกว่าเราพูดเล่น
พอล โรซิน นักจิตวิทยา และนักวิจัยมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย อธิบายปรากฏการณ์กินเผ็ดว่าเป็น "Constrained Risk" เขากล่าวว่า การกินเผ็ดจะให้ความรู้สึกแก่มนุษย์คล้ายคลึงกับการตกอยู่ในภาวะหวาดกลัวหรือวิตกกังวล โดยไม่มีอันตรายคุกคามจริง เป็นอาการเดียวกับคนที่กระโดดร่มหรือเล่นรถไฟตีลังกา เมื่อหมดความรู้สึกกลัว เราก็จะปลอดโปร่งโล่งใจและมีความสุข พอล โรซิน สันนิษฐานว่า ขณะที่เราเผ็ดจนหูลั่น ตาลาย เหงื่อแตกนั้น ความเผ็ดจะไปกระตุ้นสมองให้หลั่งสารเอนโดฟิน (Endorphins) ในสมองส่วนกลาง ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน สารเอนโดฟินนี้รู้จักกันดีว่าเป็นตัวสร้างความสุข ดังนั้นเมื่อทานอาหารรสเผ็ดจัด ผู้ทานจะเกิดความสุขไปพร้อมๆ กัน และเป็นเหตุให้อยากเพิ่มขนาดพริกขึ้นทีละน้อยเพื่อให้ได้ความสุขมากขึ้น

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อันตราย ! ฝาครอบแก้วชาไข่มุก ... หยุดลมหายใจ









ปุ๊ ! เสียงหลอดกาแฟอันโตกระแทกเจาะฝาครอบแก้วชาไข่มุก เศษฝาพลาสติกแผ่นกลมขนาดเท่าปลายหลอดตกลงสู่ก้นแก้ว ฉันดูดเครื่องดื่มสุดโปรดอย่างหิวกระหายและ กระดกแก้วกินน้ำแข็งจนเกลี้ยงตามความเคยชิน เมื่อจะทิ้งแก้วลงถังขยะ ฉันแปลกใจเล็กน้อยที่ไม่เห็นเศษฝาพลาสติกอยู่ในแก้วเหมือนทุกคราว แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก สักพัก รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ ติดอยู่ในคอ แม้จะพยายามล้วงและดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้อาเจียน แต่สิ่งนั้นก็ไม่ยอมหลุดออกมา ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เริ่มติดขัด อาจารย์และเพื่อน ๆ จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล เมื่อไปถึงโรงพยาบาล

หลังจากรอหมออยู่เกือบสองชั่วโมง หมอก็ให้ลองกลืนน้ำดู ปรากฎว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่จริง ตามด้วยการเอกซเรย์ ซึ่งสูญเปล่า เพราะไม่เห็นสิ่งแปลกปลอมนั้นเลย จึงตัดสินใจให้วางยาสลบเพื่อส่องกล้องตรวจหาต้นเหตุ ระหว่างนั้นฉันยังรู้สึกตัวดีอยู่ทุกอย่าง จนกระทั่งหลังวางยาสลบ ท่อส่องทางเดินอาหารขนาดใหญ่ประมาณท่อประปาขนาดเล็ก สอดจากปากผ่านลงไปตามทางเดินอาหาร แต่ไม่รู้ด้วยโชคร้ายของฉัน หรือด้วยความประมาทเลินเล่อของใคร แทนที่เจ้าท่อนี้จะเป็นอุปกรณ์ในการตรวจเพื่อช่วยชีวิตฉัน
หลังการตรวจ มันกลับทำให้ฉันรู้สึกปวดแน่นหน้าอกและหลังอย่างสุดจะบรรยาย เมื่อฟื้นจากยาสลบ แม่บอกว่าฉันปากซีด ตัวเขียว และไข้ขึ้น ผิดกับเมื่อตอนก่อนส่องกล้องราวกับคนละคน จนแม่ใจหาย รีบตามหมอกลางดึก การกลืนแป้งเพื่อเอกซเรย์เริ่มขึ้น
ผลปรากฎว่า หลอดอาหารทะลุ ต้องผ่าตัดด่วน แต่แม่ไม่มีเงิน อย่าว่าแต่ค่าผ่าตัดที่สูงลิบลิ่วของโรงพยาบาลเอกชนเลย แม้แต่ค่าตรวจทั้งหลายก่อนหน้านี้ ที่เกินวงเงินการประกันอุบัติเหตุของนักศึกษา เพียงไม่กี่พันบาท แม่ก็ไม่มี ทางโรงพยาบาลจึงขอยึดบัตรประชาชนของแม่ไว้ เพื่อเป็นหลักประกันให้แม่หาเงินส่วนเกินมาชำระในภายหลัง หมอที่ส่องกล้องแนะนำให้ย้ายฉันไปโรงพยาบาลรัฐบาลที่เขาประจำอยู่ แต่แม้จะเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลก็ต้องคุยกันเรื่องค่าใช้จ่ายเช่นกัน แม่จึงวิ่งวุ่นติดต่อเรื่องใช้สวัสดิการบัตรประกันสุขภาพ 30 บาท กว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็เกือบเที่ยง นั่นแหละฉันจึงได้รับการผ่าตัด

การผ่าตัดใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง เพราะรอยทะลุที่หลอดอาหารอยู่ใกล้ปอด น้ำย่อยจะไหลเข้าไปในปอดซึ่งอันตรายมาก หมอต้องผ่าตัดเปิดซี่โครงจากราวนมด้านซ้ายไปจนถึงสันหลังอีกข้าง แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่สามารถซ่อมแผลได้หมด

สามวันหลังผ่าตัด ฉันลืมตาขึ้นมาพร้อมสายระโยงระยางเต็มตัว สายจากจมูกทั้งสองข้างเพื่อเอาน้ำย่อยในกระเพาะออกมา สายที่ไว้ดูด น้ำมูก น้ำลาย สายที่ต่อจากบริเวณซี่โครงที่ผ่าตัดเพื่อเอาเลือดจากแผลออกมา สายให้เลือด สายน้ำเกลือ สิบเอ็ดวันที่อยู่โรงพยาบาลเต็มไปด้วยความเจ็บปวด กินอาหารไม่ได้อยู่เป็นอาทิตย์ ยิ่งเวลานอนจะรู้สึกทรมาน เพราะเจ็บที่บริเวณแผลผ่าตัดเป็นที่สุด
หมอที่ส่องกล้อง ซึ่งช่วยหาหมอผ่าตัดให้ มาสารภาพในภายหลัง ว่า... แผลในทางเดินอาหารที่ยาวเหยียด เกิดจากการส่องกล้องไปดันเอาเศษแผ่นพลาสติก ซึ่งติดอยู่ที่ระหว่างหลอดลมและหลอดอาหารให้ครูดบาดไปตลอดทางเดินอาหาร แต่อย่างไรเขาก็ติดต่อหาหมอผ่าตัดที่เชี่ยวชาญให้ และเป็นความผิดพลาดที่เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจ เพราะมองไม่เห็นแผ่นพลาสติกแก้วที่ติดอยู่ที่หลอดลม / หลอดอาหาร
กรุณาช่วยส่งต่อเพื่อนๆ พี่ๆ เพื่อเตือนภัยคนที่เรารักและเป็นห่วงนะคะ
กินชาไข่มุก แก้วต่อไป ระวังนะคะ
- แผ่นพลาสติกที่เจาะทะลุจากตัวแก้ว... อันตรายถึงชีวิตได้ ค่ะ

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

วัย 50 กินวิตามินเสริมแบบไหน

แร่ธาตุมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย แต่คุณทราบไหมว่า
แร่ธาตุยังช่วย เสริมสร้างส่วนที่เสื่อมลงได้ด้วย ดังนั้น เมื่อเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น
เราจึงต้องการแร่ธาตุอย่างพอเพียงมาช่วยเสริมสร้าง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
แล้วในวัย 50 ปีขึ้นไป ต้องการแร่ธาตุตัวไหนบ้าง

อันดับแรกที่นึกถึงคือ แคลเซียม เพื่อรักษาระดับแคลเซียมในกระดูก
และลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน พบมากใน นม เนื้อสัตว์ ปลา ถั่วเหลือง

วิตามิน บี 12 จะช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง และโรคทางระบบประสาท

วิตามิน อี จะช่วยชะลอริ้วรอย ลดอัตราการเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ
และโรคที่มักเกิดกับผู้สูงวัย

โครเมียม เป็นตัวช่วยรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ และเพิ่มประสิทธิภาพของอินซูลิน
จึงช่วยป้องกันโรคเบาหวาน

นอกจากนี้ ยังมี เบต้า-แคโรทีน ทองแดง ไอโอดีน สังกะสี วิตามินซี และแร่ธาตุ
กลุ่มน้อยอย่าง ซีเลเนียม ซิลิกอน วานาเดียม นิเกิล
ที่เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อผู้ที่อยู่ในช่วงวัย 50 ปี

เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว การรักษาสมดุลของคุณในวัย 50 ปี
ขึ้นไป ให้มีความแข็งแรงจนหนุ่มๆ สาวๆ อิจฉา
จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ยาสัตว์และสารผลิตจากธรรมชาติที่นิยมใช้ในสุนัขและแมว

ข้อมูลที่เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับยาสัตว์ อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากธรรมชาติ ที่สัตวแพทย์นิยมนำมาใช้กับสุนัขและแมว เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อเจ้าของสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าตูบ เจ้าเหมียว หรือไอ้ตัวเล็กๆ ของชั้น ไอ้หมูตอน อื่นๆ อีกมากมายที่มีการสรรหามาใช้ สิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สัตว์ที่เจ้าของควรรู้ เป็นต้นว่า ชื่อสินค้า ทั้งชื่อการค้า (trade name) ชื่อตัวยาสำคัญ (active ingredient) รูปแบบของยา หรือสารสำคัญ (form) การเก็บรักษา (storage) ขนาดของยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับสัตว์ (dose) การให้ หรือฉีด (administration) การใช้ (uses) ผลข้างเคียงต่างๆ (side effects) ที่เกิดจากการใช้ยา หรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ ข้อบ่งใช้ หรือข้อห้ามการใช้ต่างๆ (contraindications) ความเป็นพิษของยา (toxicities) และคำเตือนต่างๆ ที่เกี่ยวกับยาและผลิตภัณฑ์นั้น จะได้มีการนำมากล่าวถึงในลำดับต่อๆ ไป

อย่างไรก็ตามพึงระลึกอยู่เสมอว่า ยา หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่นำมาใช้กับสัตว์ ตูบ หรือเหมียว ควรนำมาใช้ด้วยความระมัดระวังและมีการใช้ภายใต้การแนะนำของสัตวแพทย์ประจำตัวสัตว์เลี้ยงของท่าน ขนาดของยาที่ใช้กับสัตว์จะมีการผันแปรไปตามขนาดของตัวสัตว์ หรือน้ำหนักตัวของสัตว์ (ทุกครั้งที่ใช้มีการใช้ยาจึงควรมีการชั่งน้ำหนักสัตว์เสมอ) ภาวะทางสุขภาพของสัตว์ (health conditions) อายุและแม้แต่พันธุ์ของสัตว์ในบางกรณีต้องคำนึงถึงเช่นกัน กรณ๊ที่มีการใช้ยา หรือสารเสริม (supplement) ในเวลาเดียวกันหลายๆ ชนิด อาจจะต้องคำนึงถึงผลที่จะมีต่อประสิทธิผลและความเป็นพิษของยา ดังนั้นควรตรวจสอบกับสัตวแพทย์ประจำตัวสัตว์ของท่านเสมอ เมื่อจะมีการให้ยา หรือสารเสริมกับสัตว์เลี้ยงของท่าน ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics)
Amikacin
Aminopenicillins
Cephalosporin (Keflex, Cefa-drops)
Clindamycin (Antirobe)
Enrofloxacin (Baytril)
Erythromycin
Gentamicin (Gentocin)
Kanamycin (Amforal, Kantrim)
Marbofloxacin (Zeniquin)
Metronidazole (Flagyl)
Neomycin
Novobiocin (Albaplex)
Orbifloxacin (Orbax)
Ormetroprim/sulfadimethoxine (Primor)
Penicillinase-resistant Penicillins (Cloxacillin)
Extended-spectrum Penicillins (Carbenicillin)
(Natural) Penicillins (Penicillin G, Crystiben, Penicillin V)
Potentiated Penicillins (Clavamox, Augmentin)
Sulfadimethoxine & Ormetroprim (Primor)
Sulfadimethoxine (Albon, Bactrovet)
Tetracyclines (Doxycycline, Oxytetracycline)
Trimethoprim plus Sulfadiazine/Sulfamethoxazole (Tribrissen, TMP-SDZ)
ยาที่ออกฤทธิ์ต้านจำเพาะ (Antidotes)
Acetylcysteine
Vitamin K (Phytonadione)
ยาต้านเชื้ออรา (Antifungal)
Itraconazole (Sporanox)
Griseofulvin (Fulvicin)
ยาต้านฮีตามิน (Antihistamines)
Chlorpheniramine (Chlor-Trimeton)
Clemastine (Tavist 1)
Cyproheptadine
Dimenhydrinate (Dramamine)
Diphenhydramine (Benadryl)
Hydroxyzine (Atarax)
ยาต้านโปรโตซัว (Antiprotozoal)
Metronidazole (Flagyl)
Sulfadimethoxine (Albon, Bactrovet)
Trimethoprim plus Sulfadiazine/Sulfamethoxazole (Tribrissen, TMP-SDZ)
ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอร์รอยด์ (Non-steroidal Anti-inflammatories)
Aspirin
Carprofen (Rimadyl)
Etodolac (Etogesic)
Meclofenamic Acid (Arquel)
Phenylbutazone
ยาที่ใช้ในการรักษาปัญหาทางพฤติกรรม (Behavior Modification)
Amitriptyline (Elavil)
Buspirone (Buspar)
Clomipramine (Clomicalm, Anafranil)
Diazepam (Valium)
Fluoxetine (Prozac)
Selegiline (Anipryl)
ยาที่ใช้รักษาทางระบบประสาท(Central Nervous System)
Diazepam (Valium)
Pentobarbital
Phenobarbital
Phenytoin (Dilantin)
Potassium Bromide
Primidone
Acepromazine
ยาที่ใช้บรรเทาอาการปวด(Pain Relief)
Aspirin
Butorphanol (Torbutrol, Torbugesic)
Carprofen (Rimadyl)
Etodolac (Etogesic)
Fentanyl
Meclofenamic Acid (Arquel)
Phenylbutazone
ยาที่ใช้กับระบบทางเดินอาหาร (Digestive Tract)
Activated Charcoal
Aminopentamide(Centrine)
Antacids/Phosphate Binders (Maalox, Milk of Magnesia)
Bismuth Subsalicylate (Pepto Bismol)
Cimetidine (Tagamet)
Cisapride (Propulsid)
Dimenhydrinate (Dramamine)
Diphenhydramine (Benadryl)
Famotidine (Pepcid)
Kaolin/pectin (Pet Pectate, Kaopectate, Canine Pectate)
Loperamide (Immodium)
Metoclopramide (Reglan)
Metronidazole (Flagyl)
Misoprostol (Cytotec)
Omeprazole (Prilosec)
Pancreatic Enzymes (Pancrezyme, Viokase-V)
Petroleum-based Laxatives and Hairball Remedies (Laxatone)
Psyllium (Metamucil, Vetasyl)
Ranitidine (Zantac)
Sucralfate
ยาขับน้ำ(Diuretics)
Furosemide (Lasix)
Mannitol
ยาที่ใช้กับหูและผิวหนัง (Ear and Skin Medications)
Ear Antibiotics
Ear Mite Medications
Fatty Acids (Vitacaps, Vitacoat, 3V Caps, Derm Caps)
Fluocinolone Acetonide plus Dimethyl Sulfoxide (DMSO) (Synotic)
Glucocorticosteroids (Prednisone, Dexamethasone, Hydrocortisone)
Griseofulvin (Fulvicin)
Topical (Skin) Preparations (Panalog, Tresaderm)
Trimeprazine with Prednisolone (Temaril-P)
ยาที่ใช้ในการรักษาตา (Eye Medications)
Artificial Tears Atropine
Cyclosporin (Optimune)
Ophthalmic Medications
ยาที่ใช้รักษาเกี่ยวกับหัวใจและความดันเลือด(Heart and blood pressure medications)
Digoxin (Cardoxin)
Enalapril (Enacard, Vasotec)
Furosemide (Lasix)
Terbutaline
Theophylline and Aminophylline (Theo-dur)
ยาที่ใช้ในการป้องกันและรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจ(Heartworm preventatives and treatment)
Diethylcarbamazine (Filarabits, Nemacide)
Ivermectin (Ivomec, Heartgard)
Melarsomine (Immiticide)
Milbemycin (Interceptor, Sentinel)
Selamectin (Revolution)
Thiacetarsemide (Caparsolate)
ยาที่เกี่ยวกับฮอร์โมน ต่อมไร้ท่อและระบบสืบพันธุ์(Hormonal, Endocrine and Reproductive)
Desoxycorticosterone Pivalate (DOCP)
Erythropoietin (EPO, Epogen)
Estrogens (ECP, DES)
Fludrocortisone (Florinef)
Glucocorticosteroids (Prednisone, Dexamethasone, Hydrocortisone)
Insulin
Methimazole (Tapazole)
Mibolerone (Cheque Drops)
Mitotane (o,p-DDD, Lysodren)
Oxytocin (Pitocin)
Progestins (Megestrol acetate, Ovaban)
Selegiline (Anipryl)
Thyroxine (Synthroid, Soloxine)
ยาที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในสุนัขตั้งท้องและให้นม (Drugs to Avoid in Pregnant and Nursing Dogs)
ยาที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในสุนัขตั้งท้องและให้นม (Drugs to Avoid in Pregnant and Nursing Cats
ยาที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันและยาต้านมะเร็ง(Immune System, Anti-cancer)
Acemannan
Azathioprine (Imuran)
Cyclosporin
Glucocorticosteroids (Prednisone, Dexamethasone, Hydrocortisone)
ยาที่ใช้รักษา หรือกำจัดพยาธิภายนอกร่างกาย(External Parasite Treatments)
Amitraz (Mitaban, Preventic Collars)
Ear Mite Medications
Fipronil (Frontline)
Immidicloprid (Advantage)
Ivermectin (Ivomec)
Lufenuron (Program)
Milbemycin (Interceptor, Sentinel)
Permethrin (Bio Spot for Dogs, Defend, Proticall)
Pyrethrin
Pyriproxyfen (Bio Spot for Cats, Bio Spot for Dogs)
Rotenone (Goodwinol ointment)
Selamectin (Revolution)
ยาที่ใช้รักษาเกี่ยวกับระบบหายใจ(Respiratory)
Acetylcysteine
Albuterol
Butorphanol (Torbutrol, Torbugesic)
Cyproheptadine
Dextromethorphan
Diphenhydramine (Benadryl)
Terbutaline
Theophylline and Aminophylline (Theo-Dur)
Trimeprazine with Prednisolone (Temaril-P)
ยาที่ใช้เกี่ยวกับระบบขับถ่ายปัสสาวะและไต(Urinary Tract and Kidney)
Allopurinol
Antacids/Phosphate Binders (Maalox, Milk of Magnesia)
Erythropoietin (EPO, Epogen)
Estrogens (ECP, DES)
Methionine
Phenylpropanolamine (Dexatrim)
Potassium Supplements (Tumil K, K-Dur)
ยากำจัดพยาธิ(Wormers)
Diethylcarbamazine (in combination with oxibendazole as in Filarabits Plus)
Epsiprantel (Cestex)
Fenbendazole (Panacur)
Ivermectin (Ivomec, Heartgard)
Mebendazole (Telmintic)
Milbemycin (Interceptor, Sentinel)
Piperazine (Piper Worm, Happy Jack Kennel Wormer, Happy Jack Puppy Paste, Purina Liquid Wormer,
Sergeants Worm Away)
Praziquantel (Droncit, Drontal)
Pyrantel Pamoate (ProWormer-2,Nemex)
Selamectin (Revolution)
วิตามิน เแร่ธาตุ อิเลกโตรไลท์และสารผลิตจากธรรมชาติ(Vitamins, Minerals, Electrolytes, Nutraceuticals)
Fatty Acids (Vitacaps, Vitacoat, 3V Caps, Derm Caps)
Glycosaminoclycans (Glucosamine, Chondroitin)
Polysulfated Glycosaminoglycan (Adequan)
Potassium Supplements (Tumil K, K-Dur)
Vitamin K (Phytonadione)

ตรวจมะเร็งได้จากการตรวจเลือด! เรื่องน่ารู้ อย่าให้ใครหลอกได้

บางครั้งเมื่อตรวจสุขภาพคนไข้ มักจะโดนถามเสมอว่า "เอ หมอ มะเร็งนี่มันตรวจได้จากเลือดเหรอ" หรือไม่งั้นก็กลับกันคือ "อ้าว หมอ ไม่ตรวจเลือดเช็ค PSA เหรอ มันบอกถึงมะเร็งต่อมลูกหมากนะ" ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ " หมอ เอาแค่เจาะเลือดตรวจมะเร็งทุกตัวนะ อย่างอื่นไม่ต้อง !. "
ทราบหรือไม่ว่า tumor markers หรือการตรวจสารมะเร็งในเลือดมีหลายอย่าง เช่น PSA , CEA มาดูกันว่า เราจะทำความเข้าใจกับมันว่าอย่างไร เมื่อไรต้องตรวจ เชื่อได้แค่ไหน อย่าให้ข้อมูลที่ผิดพลาดมารบกวนการตัดสินใจของคุณ ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมมะเร็งแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา
Tumor markers หรือสารที่ตรวจพบในเลือดที่อาจบ่งบอกถึงการมีมะเร็ง การตรวจสารเหล่านี้ อาจตรวจจากเลือด ปัสสาวะ หรือสกัดจากเนื้อเยื่อ
มะเร็งหลายชนิด ก่อให้เกิดสารเหล่านี้ ซึ่งสารเหล่านี้อาจเกิดจากตัวมะเร็งเอง หรือเกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อเซลมะเร็ง
การตรวจTumor marker จะมีประโยชน์มาก ถ้าได้ทำร่วมกับการตรวจร่างกายและการตรวจอย่างอื่น เพื่อการวินิจฉัย หรือวางแผนการรักษาโรค
การตรวจสาร Tumor marker เพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยมะเร็ง เนื่องจาก
สารเหล่านี้อาจสูงได้ในคนปกติ
สารเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องสูงในมะเร็งทุกราย โดยเฉพาะในระยะแรก ๆ
สารเหล่านี้ อาจไม่เฉพาะสำหรับมะเร็งนั้น ๆ อาจเกิดจากมะเร็งชนิดอื่นได้
การตรวจสารมะเร็ง Tumor marker จึงมีประโยชน์คือ
ช่วยในการวินิจฉัย
ช่วยในการวางแผนการรักษา
ช่วยบอกว่ามะเร็งหมด และมีการกลับมาเป็นใหม่หรือไม่หลังรักษาแล้ว
1.PSA Prostatic specific antigen
PSA เป็นสารที่แพทย์ตรวจในกรณีที่สงสัยมะเร็งต่อมลูกหมาก ปกติในชายจะมีสารนี้อยู่ในปริมาณต่ำ เนื่องจากสร้างโดยต่อมลูกหมาก และอาจสูงได้จากภาวะอื่น ๆ นอกเหนือจากมะเร็ง เช่น ต่อมลูกหมากอักเสบ หรือต่อมลูกหมากโต
ข้อมูลล่าสุด ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่า การตรวจ PSA ในชายที่สูงอายุ จะมีประโยชน์ช่วยช่วยชีวิตชายจากมะเร็งได้มากกว่าปกติเท่าไร เพราะบางครั้ง มันอาจไม่สูงในระยะแรก ซึ่งบางครั้งจากการตรวจจากการคลำต่อมลูกหมาก แพทย์อาจเจอก่อนที่ระดับ PSA จะสูงเสียอีก
2. Prostatic Acid Phosphatase (PAP)
เช่นกัน ในภาวะปกติเราก็เจอสูงได้ เช่น ต่อมลูกหมากโต และอักเสบ และภาวะอื่น ๆ นอกจากมะเร็งต่อมลูกหมาก เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว ต่อมน้ำเหลือง โรคตับ กระดูกพรุน เป็นต้น
3.CA125
สร้างจากหลายที่ แต่จะมากในเซลของรังไข่ จึงใช้ตรวจมะเร็งรังไข่ แต่โดยทั่วไป เราจะไม่ใช้ในการวินิจฉัย แต่จะช่วยในการรักษา หรือติดตามผลการรักษาว่ามะเร็งกลับคืนหรือไม่เช่นกัน
CA125 อาจสูงได้ในภาวะอื่น ๆ เช่น มะเร็งมดลูก ปากมดลูก ตับอ่อน ตับ ลำไส้ใหญ่ เต้านม ปอด และระบบทางเดินอาหาร หรืออาจเกิดในภาวะที่ไม่ใช่มะเร็งเช่น มดลูกอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ช่องท้องอักเสบ เยื่อหุ้มปอดอักเสบ ตั้งครรภ์ หรือขณะมีประจำเดือน
4.CEA หรือ Carcinoembrionic antigen
ก็พบได้ในภาวะปกติ สร้างจากลำไส้ ใช้ตรวจภาวะมะเร็งในลำไส้ เช่นกัน หน้าที่จริง ๆ ไม่ได้ใช้วินิจฉัย แต่ใช้ในการเตรียมการรักษา และตรวจภายหลังรักษาว่า มะเร็งหมด หรือกลับมาเป็นใหม่หรือไม่ โดยเฉพาะในกรณีที่มะเร็งลำไส้ใหญ่ มีการแพร่กระจายไปแล้ว
CEA อาจสูงได้ในมะเร็งของ ต่อมน้ำเหลือง เมลาโนมา เต้านม ตับอ่อน กระเพาะ ปากมดลูก ไต กระเพาะปัสสาวะ ต่อมธัยรอยด์ ตับ และมะเร็งรังไข่
ยังพบ CEA สูงได้ในภาวะที่ไม่ใช่มะเร็งเช่น ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ตับอ่อนอักเสบ โรคตับ สูบบุหรี่จัด
5.AFP หรือ Alpha fetoprotein
สร้างในภาวะปกติของทารกในครรภ์ พอคลอดจะสูงและลดระดับต่ำอย่างรวดเร็ว ใช้ดูในมะเร็งตับ การที่ AFP สูง บ่งว่าน่าจะมีมะเร็งที่ ตับ หรือจาก germ cell (เนื้อเยื่อที่จะพัฒนาเป็นไข่หรือสเปิร์ม-มะเร็งมักอยู่ที่อัณฑะ หรือรังไข่)
ภาวะอื่น ๆ ที่อาจเจอเช่น มะเร็งกระเพาะ ตับอักเสบ ตั้งครรภ์
6. HCG หรือ Human Chorionic Gonadotropin
ปกติ สร้างจากรก ในภาวะตั้งครรภ์ ซึ่งโดยปกติ เวลาตรวจการตั้งครรภ์ในปัสสาวะโดยใช้แผ่นจุ่ม ก็เป็นการตรวจ HCG นี่เอง
ใช้ตรวจการกลายเป็นมะเร็งบางชนิด เช่นมะเร็งของรก และการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก ในบางครั้งสูงได้ในภาวะอื่น ๆ เช่น มะเร็งรังไข่ อัณฑะ กระเพาะ ตับอ่อน และปอด อาจเจอในคนสูบกัญชา
7.CA 19-9
เจอในคนที่เป็นมะเร็งของลำใส้ใหญ่ และพบได้ในมะเร็งตับอ่อน และท่อทางเดินน้ำดี ในมะเร็งของตับอ่อน การตรวจพบ CA19-9 มักเจอในระยะท้าย ๆ
CA19-9 อาจเจอได้ในภาวะอื่น ๆ เช่น นิ่วในถุงน้ำดี ตับอ่อนอักเสบ ตับแข็ง
8. CA15-3
มักใช้ติดตามการรักษามะเร็งเต้านม เพราะจะขึ้นสูงในกรณีที่เป็นมากแล้ว พบน้อยมากที่จะขึ้นในระยะแรกของโรค
ภาวะอื่นที่ทำให้ระดับ CA15-3 สูง ได้แก่ มะเร็งรังไข่ ปอด ต่อมลูกหมาก หรือภาวะที่ไม่ใช่มะเร็งอื่น ๆ เช่น การอักเสบของมดลูก ตับอักเสบ ตั้งครรภ์
9. CA 27-29
เหมือนกับ CA15-3 คือตรวจในกรณีมะเร็งเต้านมระยะท้าย ๆ และมีประโยชน์ในการตรวจเป็นระยะ ๆ เพื่อตรวจการกลับมาเป็นใหม่ของมะเร็งภายหลังรักษา
10. LDH หรือ Lactate dehydrogenase
ไม่จำเพาะในมะเร็งชนิดใดชนิดหนึ่ง ดังนั้น ใช้ช่วย เฉย ๆ ว่ามีการสร้างเซลผิดปกติขึ้นมาในร่างกาย และช่วยในการติดตามการรักษามะเร็งบางชนิด เช่น ซาร์โคมา (Ewings Sarcoma) ลิมป์โฟมา(Non-Hodgekins-มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่ง)
11. Neuron specific Enolase (NSE)
ที่ใช้ประโยชน์คือในกรณีเป็น มะเร็งปอดชนิด non-small cell lung cancer และ neuroblastoma(มะเร็งของปมประสาท-เท้าแสนปม)

จากสรุป จะเห็นได้ว่า ไม่มี Tumor marker เดี่ยว ๆ ตัวไหนเลยที่จะบอกว่าเราเป้นมะเร็ง ต้องมีการวิเคราะห์อย่างอื่นร่วมเสมอ
อย่าให้ใครหลอกคุณ และถามแพทย์ที่ตรวจคุณเสมอ ว่ามีความรู้เกี่ยวกับ Tumor markers ดีเพียงใด

สรรพคุณนำมันหอมระเหย

ลาเวนเดอร์--ทำให้จิตใจสงบ คลายเครียด คลายปวดเมื่อย ส้มเขียวหวาน--ลดอาการเครียด กระวนกระวายใจ ชวยให้นอนหลับ มะกรูดเทศ--จิตใจสงบ ลดอาการผื่นแดง มะนาว--คลายเครียด ลดอาการเหนื่อยลา ทำให้เย็นผิว ไม้แก่นจันทน์--มีสมาธิ ลดอาการหดหู่ ช่วยให้นอนหลับ ยูคาลิปตัส--กระตุ้น สดชื่น ฆ่าเชื่อโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ใบสาระแหน่--ช่วยให้ร่างกายและจิตใจตื่นตัว คลายความล้า ขิง--บรรเทาอาการเครียด ช่วยให้อบอุ่น โหระพา--ลดอาการเครียดกระวนกระวาย อ่อนเพลีย โรสแมรี่--บรรเทาจิตใจหดหู่ สร้างสมาธิ ช่วยการไหลเวียนโลหิต

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อาการและอาการแสดงของโรคมะเร็ง

. ไม่มีอาการใดเลยในช่วงแรกขณะที่ร่างกายมีเซลล์มะเร็งเป็นจำนวนน้อย 2. มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งตามสัญญาณอันตราย 8 ประการ ที่เป็นสัญญาณเตือน ว่าควรไปพบแพทย์ เพื่อการตรวจค้นหาโรคมะเร็ง หรือสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้มีสัญญาณ เหล่านี้ เพื่อการรักษาและแก้ไขทางการแพทย์ที่ถูกต้องก่อนที่จะกลายเป็นโรคมะเร็ง หรือเป็นมะเร็งระยะลุกลาม 3. มีอาการป่วยของโรคทั่วไป เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ร่างกายทรุดโทรม ไม่สดชื่น และไม่แจ่มใส 4. มีอาการที่บ่งบอกว่า มะเร็งอยู่ในระยะลุกลาม หรือเป็นมาก ขึ้นอยู่กับว่าเป็นมะเร็ง ชนิดใดและมีการกระจายของโรคอยู่ที่ส่วนใดของร่างกายที่สำคัญที่สุดของอาการในกลุ่ม นี้ ได้แก่ อาการเจ็บปวด ที่แสนทุกข์ทรมาน
สัญญาณอันตราย 8 ประการที่ทุกคนควรจะจำไว้เพื่อสุขภาพที่ดี ได้แก่ 1.มีการเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่ายอุจจาระ และปัสสาวะ เช่น ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ หรือปัสสาวะเป็นเลือด 2. กลืนอาหารลำบาก หรือมีอาการเสียด แน่นท้องเป็นเวลานาน 3. มีอาการเสียงแหบ และไอเรื้อรัง 4. มีเลือดหรือตกขาวที่ผิดปกติ เช่น มีกลิ่นเหม็น 5. แผลซึ่งรักษาแล้วไม่ยอมหาย 6. มีการเปลี่ยนแปลงของหูดหรือไฝตามร่างกาย 7. มีก้อนที่เต้านมหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย 8. หูอื้อหรือมีเลือดกำเดาไหล